Jump to content


Photo

คนดูดาว & กล้องดูดาว


  • Please log in to reply
463 ท่าน ตอบกระทู้นี้

#461 จอมพงศ์

จอมพงศ์

    สมาชิก

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 2,627 โพส

โพส 13 กุมภาพันธ์ 2019 - 21:14

ขอบคุณครับ  ดูดีกว่าเดิมมากเลย ต้องหัดใช้ Ps บ้างละ   :D


  • ARDbkk likes this

#462 จอมพงศ์

จอมพงศ์

    สมาชิก

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 2,627 โพส

โพส 13 กุมภาพันธ์ 2019 - 23:34

ผมเป็นคนชอบสงสัย  พอสงสัยแล้วก็ต้องทดลองให้เห็นจริง

เคยสงสัยว่ากล้องแบบผสม SCT จะดีกว่า Newtonian จริงไหม? เห็นมันแพงจัง

ก็หามาทดลองเปรียบเทียบจนหายสงสัย

 

ตอนนี้สงสัยคุณภาพของกล้องหักเหแสง(กล้องเลนส์)ราคาแพงอย่าง Vixen  ว่าจะแพงเพราะการตลาดแบบ SCT รึเปล่า

เมื่อครู่ได้ลองทดสอบดู ก็คล้ายๆจะเป็นแบบนั้น  แต่ยังไม่แน่ใจ เพราะเป็นภาพที่ถ่ายคนละวัน คนละเวลากัน

 

รอให้ดวงจันทร์มาทางตะวันออกอีกหน่อยจะทดสอบอีกครั้ง ในเวลาเดียวกัน ด้วยกล้อง DSLR ตัวเดียวกัน และสิ่งแวดล้อมเดียวกัน


  • ARDbkk likes this

#463 ARDbkk

ARDbkk

    สมาชิก

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 2,869 โพส
  • ที่อยู่สะพานสูง กทม

โพส 14 กุมภาพันธ์ 2019 - 09:49

ค.ห.ส.ต.

 

เทียบกันยากครับ แต่ละอันมันมีข้อดีข้อเสีย เหมาะกับงานคนละอย่าง แต่ละชนิดสามารถทำให้ได้คุณภาพทั้งการดูและถ่ายภาพดาวออกมาไม่แพ้กัน ... ถ้าราคาไม่ใช่ข้อจำกัดนะครับ  :P

 

จะเทียบกันก็ต้องดูโครงสร้างก่อน

 

กล้องหักเหแสง

 

- มีเลนส์วัตถุ/เลนส์หลัก (objective lens) รับแสงเข้าสู่เลนส์ตา - คือใช้เลนส์ล้วนๆ ไม่มีอะไรมาบดบังลำแสงขาเข้าเหมือนกล้องอีกสองชนิดข้างล่าง 

- ลำกล้องมีความยาวไกล้เคียงกับความยาวโฟกัสเลนส์วัตถุ 

- ความยาวโฟกัสสั้นๆ (f/ ratio ต่ำๆ) จะทำได้ยากกว่ากล้องที่ใช้กระจก

 

กล้องนิวโทเนียน

 

- ใช้กระจกหลักใหญ่ๆ (primary mirror) รับแสงแล้วใช้กระจกย่อยผิวเรียบแผ่นเล็กๆ (secondary mirror) ที่ปลายลำกล้องสะท้อนแสง 90 องศาเข้าเลนส์ตา - คือใช้กระจกล้วนๆ 

- สูญเสียแสงขาเข้าไปบ้างเนื่องจากกระจกย่อยบัง 

- ลำกล้องมีความยาวไกล้เคียงกับความยาวโฟกัสกระจกหลัก

 

กล้องกระจกผสม (catadioptric)

 

- ใช้กระจกหลักใหญ่เหมือนกล้องนิวโทเนียนแต่เจาะรูตรงกลางเพื่อให้แสงสะท้อนผ่านไปเลนส์ตา

- ใช้กระจกย่อยแบบมีความโค้ง สะท้อนแสงกลับไปตรงๆผ่านรูตรงกลางกระจกหลัก

- ใช้กระจกใส corrector plate มีความโค้งแก้ไขให้ชัดเจนทั่วภาพ

- สูญเสียแสงขาเข้าไปบ้างเนื่องจากกระจกย่อยบัง 

- ลำกล้องมีความยาวสั้นกว่าความยาวโฟกัสกระจกหลักมากกว่าสองเท่า

 

เทียบข้อดีข้อเสียกัน 

 

กล้องหักเหแสง

 

ข้อดี

 

- รับแสงได้เต็มที่ไม่มีอะไรบัง

- ขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายได้สะดวก เหมาะกับการถ่ายภาพดาวที่สุด คือเหมือนเลนส์ตัวนึง

 

ข้อเสีย

 

- ทำหน้ากล้องใหญ่ๆได้ยาก กล้องที่มีเลนส์วัตถุใหญ่ๆจะมีน้ำหนักมาก เมื่อเทียบกับกล้องกระจกขนาดไกล้เคียงกัน และราคาจะสูงเกินไป

- การใช้เลนส์หักเหแสงจะทำให้เกิด coma aberration ทำให้ดาวบิดเบี้ยวไม่กลมหรือคล้ายมีหาง ตรงบริเวณขอบภาพ นอกจากนั้นเลนส์ยังทำให้เกิดความเพี้ยนของสี (chromatic aberration) ดังนั้นจะต้องออกแบบเลนส์วัตถุให้แก้ไขความเพี้ยนนี้ เช่นเลนส์วัตถุแบบ achromatic  และ apochromatic กล้องที่ใช้กระจกหลักสะท้อนแสงแทบจะไม่มีปัญหานี้

- การทำให้เลนส์วัตถุ "ไวแสง" คือ f/ ratio สั้นๆ ทำได้ยากเพราะจะยิ่งไปทำให้ความเพี้ยน coma/chromatic.แย่ลง

- จากการที่ต้องออกแบบเลนส์วัตถุดีๆเพื่อแก้ปัญหา coma/chromatic aberration และต้องใช้แก้วคุณภาพสูงให้แสงผ่านเข้ามาได้มาก ทำให้ราคาแพงกว่าการใช้กระจกหลัก

- การทำความสะอาดและบำรุงรักษายากกว่ากล้องนิวโทเนียน

 

กล้องนิวโทเนียน

 

ข้อดี

 

- โครงสร้างง่ายต่อการออกแบบ การสร้าง การทำความสะอาด และการบำรุงรักษา

- กระจกหลักสามารถทำให้ไวแสง (f/ ration สั้นๆ) ได้ง่าย

- coma/chromatic aberration น้อยกว่ากล้องหักเหแสงมาก 

- ราคากระจกจะถูกกว่าเลนส์เพราะทำได้ง่ายกว่า กล้องชนิดนี้ราคาจะถูกที่สุดเมื่อเทียบกับกล้องชนิดอื่นที่มีหน้ากล้องใหญ่เท่ากัน

 

ข้อเสีย

 

- กล้องกระจกใหญ่ๆ โดยเฉาะที่ใหญกว่า 6" มักจะมีขนาดใหญ่ ยาวเทอะทะ ต้องใช้ขาตั้งใหญ่ๆไปด้วย ทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก

- ต้องเลือกกระจกย่อยที่ขนาดเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีแสงสูญเสียไปบางส่วน

- ขนาดและน้ำหนักทำให้ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพดาว

 

กล้องกระจกผสม (catadioptric)

 

ข้อดี

 

- ลำกล้องสั้น เคลื่อนย้ายสะดวกกว่ากล้องแบบนิวโทเนียน

- สามารถออกแบบให้ไวแสง (f/ ration สั้นๆ) ได้ ทำให้เหมาะกับการดู/ถ่ายภาพเทหวัตถุทุกชนิด

- coma/chromatic aberration น้อยกว่ากล้องหักเหแสง แต่โดยโครงสร้างจะมากกว่ากล้องนิวโทเนียนเนื่องจากใช้ corrector plate จะต้องเลือกกระจกและ orrector plate ให้ match กันพอดีและมีขั้นตอนการปรับแต่งที่ยุ่งยากกว่ากล้องชนิดอื่น 

- ราคากระจกจะถูกกว่าเลนส์เพราะทำได้ง่ายกว่า กล้องชนิดนี้ราคาจะถูกที่สุดเมื่อเทียบกับกล้องชนิดอื่นที่มีหน้ากล้องใหญ่เท่ากัน

- เหมาะกับทั้งใช้ดูและถ่ายภาพดาว

 

ข้อเสีย

 

- ราคาแพงกว่ากล้องนิวโทเนียนเพราะทำได้ยากกว่า การทำความสะอาด และการปรับแต่งทำได้ยากกว่ากล้องชนิดอื่น

- coma/chromatic aberration มากกว่าและแก้ไขได้ยากกว่ากล้องนิวโทเนียน ... แต่ก็ทำได้ดีจนไม่ต่างกัน

- กระจกย่อยทำให้แสงสูญเสียไปบางส่วน

 

 

ถ้าเทียบ SCT ซึ่งเป็นกล้องกระจกผสม กับนิวโทเนียนที่หน้ากล้องเท่ากันแล้ว

 

- SCT แพงกว่า ทำความสะอาด ปรับแต่งยากกว่ามาก

- ขนาดเล็กกระทัดรัดกว่า เคลื่อนย้ายสะดวกกว่า

- ถ้าเป็นลำกล้องเดิมๆ นิวโทเนียนจะให้ภาพชัดเจน  .... coma/chromatic aberration น้อยกว่า....  SCT มักจะต้องใช้ตัวช่วยเช่น field flattener แก้ coma  ^_^

 

สรุปคือนิวโทเนียนถูกกว่า ให้คุณภาพชัดเจนอย่างน้อยเท่าๆกันกับ SCT (เดิมๆ - ไม่ได้ใช้ field flattener) ... แต่ SCT เป็นกล้องเหมาะกว่าในการถ่ายภาพ  :)

 

ถ้าเทียบกล้องหักเหแสงกับนิวโทเนียน/SCT แล้ว กล้องหักเหแสงได้เปรียบที่รับแสงได้เต็มที่ ขนาดเล็กเคลื่อนย้ายสดวก กล้องและเลนส์ดีๆทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนไม่แพ้กัน ข้อเสียสำคัญคือขนาดหน้ากล้องเล็ก ... ไม่สามารถทำให้ใหญ่เท่านิวโทเนียน/SCT ได้ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องราคาและน้ำหนัก ....ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่ทำให้ตามดาวได้เที่ยงตรงทำให้หน้ากล้องเล็กๆไม่ใช่ข้อจำกัดต่อไป กล้องหักเหแสงจึงเหมาะกับการถ่ายภาพ DSO ในทุกสถานที่  :)

 

ดังนั้นความชัดเจน ไม่เพี้ยน ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เพราะกล้องทุกชนิดสามารถทำได้เหมือนๆกันครับ .... ถ้าไม่เกี่ยงราคานะ  :P


แก้ไขโดย ARDbkk, 14 กุมภาพันธ์ 2019 - 09:58.

  • จอมพงศ์ likes this

#464 จอมพงศ์

จอมพงศ์

    สมาชิก

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 2,627 โพส

โพส 15 กุมภาพันธ์ 2019 - 10:33

ตอนนี้ก็ถ่ายภาพดวงจันทร์กันทุกวัน  บางท่านก็ใช้ CCD camera เจาะเป็นส่วนๆมาเลย  :D

 

51933344_2572742486088932_17368816993058


  • ARDbkk likes this




1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม